DNF2017新年福袋怎么得 2017新年福袋可以开出什么
สมชเห็นชอบมาตรการชายแดนใต้บังคับใช้กมเด็ดขาด
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) แถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุม สมช. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน
ที่ประชุม สมช. มีมติเห็นชอบ 6 มาตราการ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีภารกิจสำคัญในการกระชับมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น คือ
(1) มาตรการรักษาความปลอดภัย และเฝ้าระวังการก่อเหตุนอก-ในพื้นที่ ได้ย้ำให้หน่วยความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ควบคุมบริเวณชายแดนจุดสำคัญ ควบคุมคนเข้า-ออก เพราะที่ผ่านมาคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจจะหลบหนีกบดานที่ประเทศเพื่อนบ้าน
(2) เห็นชอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อเหตุความรุนแรง ทั้งกลุ่มที่ปฏิบัติการและกลุ่มอื่นในพื้นที่ ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธหรือกลุ่มที่เตรียมการก่อเหตุ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคลุมทุกพื้นที่ทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
(3) เห็นชอบให้มีการทบทวนเนื้อหาการพูดคุย เพราะช่วงที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก และมีการชะลออยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งต้องดูลำดับก่อน-หลังเนื้อหาที่จะพูดคุย โดยหัวหน้าการพูดคุยสันติสุข ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์บรรยากาศในพื้นที่
(4) เน้นย้ำเปิดช่องทางให้มากขึ้นสำหรับผู้เห็นต่าง ที่พร้อมกลับคืนสู่สังคม ที่สมัยก่อนเรียกว่า ”โครงการพาคนกลับบ้าน“ ซึ่งมีช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเปิดช่องให้มากขึ้น
(5) ร่วมมือกับมาเลเซียที่จะมีการประสานทางการทูต และความมั่นคง ประเทศไทยจะมีการออกหมายอินเตอร์โพล (หมายแดง) กับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีคดีในประเทศมาเลเซีย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีการออกหมายแดงไปแล้วจำนวนหนึ่ง ร่วมมือกับมาเลย์นำคนเหล่านั้นมาลงโทษตามกฎหมาย ในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
(6) ปรับการสื่อสารต่อสาธารณะ เพราะที่ผ่านมามีการสื่อสารสร้างความแตกแยกในพื้นที่ หรือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศการยั่วยุ ก่อทำลายในพื้นที่ และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
เลขาธิการ สมช. ย้ำว่า ที่ประชุมยังกระชับมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น จากเดิมที่ทำอยู่แล้ว บังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุ ติดอาวุธในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ต้องมีการพูดคุยเพียงแต่รอจังหวะที่เหมาะสม เอื้อต่อเวลาสร้างสันติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) แถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุม สมช. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน
ที่ประชุม สมช. มีมติเห็นชอบ 6 มาตราการ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีภารกิจสำคัญในการกระชับมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น คือ
(1) มาตรการรักษาความปลอดภัย และเฝ้าระวังการก่อเหตุนอก-ในพื้นที่ ได้ย้ำให้หน่วยความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ควบคุมบริเวณชายแดนจุดสำคัญ ควบคุมคนเข้า-ออก เพราะที่ผ่านมาคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจจะหลบหนีกบดานที่ประเทศเพื่อนบ้าน
(2) เห็นชอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อเหตุความรุนแรง ทั้งกลุ่มที่ปฏิบัติการและกลุ่มอื่นในพื้นที่ ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธหรือกลุ่มที่เตรียมการก่อเหตุ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคลุมทุกพื้นที่ทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
(3) เห็นชอบให้มีการทบทวนเนื้อหาการพูดคุย เพราะช่วงที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก และมีการชะลออยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งต้องดูลำดับก่อน-หลังเนื้อหาที่จะพูดคุย โดยหัวหน้าการพูดคุยสันติสุข ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์บรรยากาศในพื้นที่
(4) เน้นย้ำเปิดช่องทางให้มากขึ้นสำหรับผู้เห็นต่าง ที่พร้อมกลับคืนสู่สังคม ที่สมัยก่อนเรียกว่า ”โครงการพาคนกลับบ้าน“ ซึ่งมีช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเปิดช่องให้มากขึ้น
(5) ร่วมมือกับมาเลเซียที่จะมีการประสานทางการทูต และความมั่นคง ประเทศไทยจะมีการออกหมายอินเตอร์โพล (หมายแดง) กับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีคดีในประเทศมาเลเซีย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีการออกหมายแดงไปแล้วจำนวนหนึ่ง ร่วมมือกับมาเลย์นำคนเหล่านั้นมาลงโทษตามกฎหมาย ในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
(6) ปรับการสื่อสารต่อสาธารณะ เพราะที่ผ่านมามีการสื่อสารสร้างความแตกแยกในพื้นที่ หรือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศการยั่วยุ ก่อทำลายในพื้นที่ และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
เลขาธิการ สมช. ย้ำว่า ที่ประชุมยังกระชับมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น จากเดิมที่ทำอยู่แล้ว บังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุ ติดอาวุธในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ต้องมีการพูดคุยเพียงแต่รอจังหวะที่เหมาะสม เอื้อต่อเวลาสร้างสันติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้
